5 ข้อดีประกันชีวิตในรูปแบบของการลงทุน

การลงทุนที่มาพร้อมรูปแบบของประกันนั้นมีมายาวนานมาก ๆ แต่เพิ่งได้รับความนิยมเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งการทำประกันในรูปแบบดังกล่าว คือ การทำประกันชีวิตปกติมีการคุ้มครองในด้านสุขภาพหรืออุบัติเหตุที่บริษัทนั้น ๆ กำหนด ทว่าเมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งทุกคนสามารถถอนเงินที่เคยส่งเบี้ยประกันไปได้ ถ้ามองอีกมุมหนึ่งก็คล้ายการฝากประจำกับธนาคารปกติแต่เพิ่มการคุ้มครองชีวิตมานั้นเอง ซึ่งดอกเบี้ยธนาคารสูงสุดอยู่ที่ 2.5% แต่ทำประกันรูปแบบดังกล่าวแลกกับการดูแลสุขภาพแบบไม่กำจัดวงเงิน ซึ่งข้อดียังมีอีกมากมายแต่บทความนี้หยิบยกมา 5 ข้อ ดังนี้

  1. ทุกคนกำหนดระยะเวลาการชำระเบี้ยประกันได้ โดยบางบริษัทประกันชีวิตจะให้ลูกค้าออกแบบการชำระเบี้ยประกันได้ตามสะดวก เช่น บางคนเป็นชาวนาต้องขายข้าวถึงจะสามารถส่งเบี้ยประกันได้ การกำหนดระยะส่งด้วยตัวผู้ทำประกันเองย่อมเกิดผลดีในการบริหารเงินให้ดำเนินไปไม่เคร่งเครียด 
  2. หนึ่งกรมธรรม์คุ้มครองได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคงทางการเงินเพราะเบี้ยประกันชีวิตที่ชำระในทุกงวดสามารถถอนเป็นเงินได้ ด้านสุขภาพ คือ เมื่อเจ็บป่วยไม่จำเป็นต้องสำรองเงินรักษาพยาบาลเองประกันจัดการให้เรียบร้อย เป็นต้น 
  3. คุณภาพดี การทำประกันหลายคนคิดว่าการรักษาคงไม่คุ้มค่ากับเบี้ยประกันที่จ่าย แต่ทุกบริษัทจะมีผู้เชี่ยวชาญในการจัดสรรสิ่งที่ดี ๆ ให้กับผู้ทำประกันชีวิตอยู่แล้ว ดังนั้นหายห่วงเรื่องไม่คุ้มค่าได้เลย
  4. มีโอกาสได้รับเงินปั่นผล เบี้ยประกันที่ทุกคนได้ชำระ บางบริษัทนำไปต่อยอดทำธุรกิจสร้างกำไรมหาศาลก็จะนำกำไรที่ได้ปั่นผลคืนลูกค้าอีกทอดหนึ่ง 
  5. ถอนเงินได้ แต่การถอนเงินผู้ทำประกันจะหมดความคุ้มครองในเรื่องชีวิตไปแต่ได้เงินก้อนมาเป็นทุนชีวิต ทว่าอยากมีความคุ้มครองใหม่สามารถทำประกันได้ตลอดเมื่อทุกคนพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่

ดังนั้นการทำประกันชีวิตไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหรือเสียเงินฟรีเสมอไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรศึกษาเงื่อนไขก่อนทำประกันให้ถี่ถ้วนเพื่อผลประโยชน์ที่สูงสุดของผู้ทำประกันทุกคนนั้นเอง  

หากใครที่กำลังมองหาแผนประกันชีวิตเพื่อสร้างหลักประกันและเพิ่มความคุ้มครอง เราขอแนะนำ ประกันชีวิต Manulife แผนประกันที่ตอบโจทย์ทุกรูปแบบ ให้ครบทุกความต้องการที่คุณเลือกเองได้ สามารถซื้อออนไลน์ได้ง่ายๆ ได้ที่ manulife.co.th